วิธีการ: เข้ารหัส iPhone ของคุณ

ถ้าคุณใช้ iPhone 3GS หรือรุ่นสูงกว่า Pod touch 3rd generation หรือรุ่นสูงกว่า หรือ iPad คุณสามารถ ป้องกันเนื้อหาของอุปกรณ์ของคุณได้ โดยใช้การเข้ารหัส ซึ่งหมายความว่าหากมีใครสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณได้ในทางกายภาพ พวกเขาจะต้องใช้รหัสผ่านของคุณ เพื่อถอดรหัสข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ภายในเครื่อง รวมทั้ง รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความโต้ตอบแบบทันที หรือข้อความ SMS บันทึกการโทร และอีเมล

อันที่จริง อุปกรณ์ Apple รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเข้ารหัสเนื้อหาตามค่าเริ่มต้น โดยมีระดับการป้องกันหลายระดับ แต่การป้องกันไม่ให้มีคนได้ข้อมูลของคุณไป โดยการขโมยอุปกรณ์ของคุณ คุณต้องผูกการเข้ารหัสดังกล่าวกับรหัสผ่านหรือรหัสที่มีคุณคนเดียวที่รู้

บนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 4–iOS 7 คุณสามารถดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ โดยไปที่การตั้งค่าทั่วไป แล้วเลือก "Passcode" (รหัสผ่าน) (หรือเลือก "iTouch & Passcode" ( iTouch และรหัสผ่าน)) สำหรับ iOS 8 จะอยู่ในแอปการตั้งค่า ทำตามคำแนะนำบนหน้าต่างที่เปิดขึ้นมาเพื่อสร้างรหัสผ่าน คุณควรตั้งค่าตัวเลือก "Require passcode" (ต้องการรหัสผ่าน) เป็น "Immediately" (ทันที) เพื่อที่อุปกรณ์ของคุณจะได้ไม่ปลดล็อก เมื่อคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์อยู่ ปิดใช้งานรหัสผ่านธรรมดา เพื่อที่คุณจะได้สามารถใช้รหัสตัวเลขที่ยาวเกิน 4 หลักได้

ถ้าคุณเลือกใช้รหัสผ่านที่เป็นตัวเลขทั้งหมด ระบบจะแสดงแป้นกดหมายเลข เมื่อคุณต้องปลดล็อกโทรศัพท์ของคุณ ซึ่งอาจจะง่ายกว่าการพิมพ์ชุดตัวอักษรและสัญลักษณ์บนแป้นพิมพ์เสมือนขนาดเล็กๆ ถึงแม้ฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้เครื่องมือการเจาะรหัสผ่านทำงานได้ช้าลง แต่คุณก็ควรตั้งรหัสผ่านให้ยาวมากๆ ไว้ก่อน ลองตั้งรหัสผ่านที่ยาวกว่าตัวเลข 6 หลัก

เมื่อคุณตั้งรหัสผ่านเสร็จแล้ว ให้เลื่อนลงมาที่ด้านล่างสุดของเพจการตั้งค่ารหัสผ่าน คุณจะเห็นข้อความว่า "Data protection enabled" (เปิดใช้งานการป้องกันข้อมูลแล้ว) ซึ่งหมายความว่าในตอนนี้การเข้ารหัสอุปกรณ์ถูกผูกไว้กับรหัสผ่านของคุณแล้ว และข้อมูลส่วนใหญ่ในโทรศัพท์ของคุณก็ต้องการรหัสนั้นเพื่อปลดล็อก

วิธีการเข้ารหัส iPhone ของคุณ 1

รายการต่อไปนี้คือคุณลักษณะของ iOS ที่คุณควรพิจารณาในการใช้งาน ถ้าคุณต้องจัดการกับข้อมูลส่วนตัว: Anchor link

  • iTunes มีตัวเลือกให้สำรองข้อมูลในอุปกรณ์ของคุณไปที่คอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าคุณเลือกตัวเลือก "Encrypt backup" (เข้ารหัสการสำรองข้อมูล) บนแท็บ "Summary" (สรุป) ของอุปกรณ์ของคุณใน iTunes แล้ว iTunes จะสำรองข้อมูลที่เป็นความลับมากกว่า (เช่น รหัสผ่าน Wi-Fi และรหัสผ่านของอีเมล) แต่จะเข้ารหัสทั้งหมดไว้ก่อนที่จะบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้แน่ใจว่าคุณได้เก็บรักษารหัสผ่านที่คุณใช้ที่นี่ไว้อย่างปลอดภัย การคืนค่าจากสำเนาสำรองเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่คุณจะเดือดร้อนมากกว่า ถ้าคุณจำรหัสผ่านที่จะปลดล็อกสำเนาสำรองนั้นไม่ได้ ในกรณีฉุกเฉิน

  • ถ้าคุณสำรองข้อมูลไว้ที่ Apple's iCloud คุณควรใช้วลีรหัสผ่านที่ยาวๆ เพื่อป้องกันข้อมูล และเก็บรักษาวลีรหัสผ่านนั้นไว้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ Apple จะเข้ารหัสข้อมูลส่วนใหญ่ในการสำรองข้อมูล ก็ยังมีโอกาสที่บริษัทจะได้รับสิทธิในการเข้าถึง เพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมาย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีเมลและโน้ต ซึ่งในเวลาที่เขียนได้ถูกจัดเก็บไว้แบบไม่ได้เข้ารหัส)

  • ถ้าคุณเปิดใช้งานการป้องกันข้อมูลตามที่อธิบายข้างต้น คุณจะสามารถลบข้อมูลของคุณบนอุปกรณ์ของคุณได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ในการตั้งค่ารหัสผ่าน คุณสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณให้ล้างข้อมูลทั้งหมดในอุปกรณ์ หลังจากที่พยายามเดาวลีรหัสผ่านของคุณไม่สำเร็จ 10 ครั้ง

  • ตามคู่มือการบังคับใช้กฎหมายฉบับเก่าของ Apple "Apple สามารถดึงข้อมูลที่ใช้งานอยู่บางประเภทจากอุปกรณ์ iOS ที่ล็อกด้วยรหัสผ่านไว้ได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple สามารถดึงไฟล์ที่ใช้งานอยู่ซึ่งผู้ใช้สร้างขึ้นบนอุปกรณ์ iOS ซึ่งอยู่ในแอปดั้งเดิมของ Apple และไม่ได้เข้ารหัสข้อมูลโดยใช้รหัสผ่าน ("ไฟล์ที่ใช้งานอยู่ซึ่งผู้ใช้สร้างขึ้น") และจัดเก็บในสื่อเก็บข้อมูลภายนอก แล้วส่งให้กับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายได้ Apple สามารถดำเนินขั้นตอนการดึงข้อมูลดังกล่าวนี้ได้บนอุปกรณ์ iOS ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 4 หรือเวอร์ชันใหม่กว่า พีงทราบว่า Apple สามารถจัดส่งไฟล์ที่ใช้งานอยู่ซึ่งผู้ใช้สร้างขึ้นให้กับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ตามหมายค้นที่มีผลใช้บังคับ ในประเภทต่อไปนี้เท่านั้น: SMS ภาพถ่าย รายชื่อผู้ติดต่อ เสียงบันทึก และประวัติการโทร Apple ไม่สามารถจัดส่งข้อมูลในประเภท: อีเมล รายการปฏิทิน หรือข้อมูลในแอปของบุคคลภายนอก"

ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนี้มีผลกับอุปกรณ์ iOS ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ก่อนเวอร์ชัน 8.0 เท่านั้น

  • ตอนนี้ Apple ได้แถลงว่า "บนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 8 ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ อาทิ ภาพถ่าย ข้อความ (รวมทั้งไฟล์แนบ) อีเมล รายชื่อผู้ติดต่อ ประวัติการโทร เนื้อหาของ iTunes โน้ต และการแจ้งเตือน ได้จัดเก็บไว้ภายใต้การป้องกันของรหัสผ่านของคุณ … Apple ไม่สามารถเลี่ยงรหัสผ่านของคุณ ดังนั้น จึงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ ด้วยเหตุนี้ ในทางเทคนิคจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่เราจะตอบสนองต่อหมายค้นของรัฐบาล ในการดึงข้อมูลดังกล่าวนี้จากอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 8 ซึ่งรัฐบาลยึดมาได้"

อย่าลืมว่า: ถึงแม้ Apple จะไม่สามารถดึงข้อมูลจากโทรศัพท์ได้โดยตรง แต่ถ้าคุณตั้งค่าโทรศัพท์ให้ซิงค์กับ iCloud หรือสำรองข้อมูลไปที่คอมพิวเตอร์ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายก็ยังคงสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนใหญ่นั้นได้อยู่ดี ภายใต้สถานการณ์ส่วนใหญ่ การเข้ารหัส iOS จะใช้ได้ผล ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ปิดเครื่องอยู่ (หรือเริ่มระบบใหม่ โดยไม่ได้ปลดล็อกเท่านั้น) ผู้โจมตีบางรายอาจยังสามารถดึงข้อมูลที่มีค่าจากหน่วยความจำของอุปกรณ์ของคุณ ขณะที่อุปกรณ์ยังเปิดเครื่องไว้อยู่ได้ (นอกจากนี้ พวกเขายังอาจสามารถดึงข้อมูลได้เมื่ออุปกรณ์เพิ่งปิดเครื่องไป) ถึงจำไว้เสมอว่า ถ้าเป็นไปได้ ให้พยายามปิดสวิตช์อุปกรณ์ของคุณ (หรือเริ่มระบบใหม่และไม่ปลดล็อก) ถ้าคุณเชื่อว่าอุปกรณ์ของคุณมีแนวโน้มที่จะถูกขโมยหรือยึดไป

  • ถ้าคุณกังวลว่าอุปกรณ์ของคุณอาจสูญหายหรือโดนขโมย คุณสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ Apple ของคุณให้สามารถลบข้อมูลจากระยะไกล โดยใช้คุณลักษณะ "Find My iPhone" (ค้นหา iPhone ของฉัน) แต่พึงทราบว่า การใช้คุณลักษณะดังกล่าวนี้จะทำให้ Apple สามารถขอพิกัดตำแหน่งของอุปกรณ์ของคุณได้ตลอดเวลา คุณควรชั่งใจให้ดีๆ ระหว่างประโยชน์ของการลบข้อมูล ถ้าคุณสูญเสียการควบคุมโทรศัพท์ของคุณ กับความเสี่ยงที่จะเปิดเผยพิกัดตำแหน่งของคุณ (โดยปกติ โทรศัพท์มือถือส่งข้อมูลนี้ให้กับบริษัทโทรศัพท์ ในขณะที่อุปกรณ์ Wi-Fi อย่างเช่น iPads และ iPod Touch ไม่ได้ส่งข้อมูลนี้)

อัปเดตครั้งล่าสุด: 
JavaScript license information