Surveillance
Self-Defense

วิธีใช้งาน: การใช้ KeePassXC

KeePassXC เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านข้ามแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บรหัสผ่านทั้งหมดไว้ได้ในที่เดียว โปรแกรมจัดการรหัสผ่านเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างและจัดเก็บรหัสผ่าน เพื่อให้คุณสามารถใช้รหัสผ่านจำนวนมากที่แตกต่างกันได้กับเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ โดยไม่ต้องจดจำรหัสผ่านดังกล่าว สิ่งเดียวที่คุณต้องจดจำคือรหัสผ่านหลักที่ให้คุณสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรหัสผ่านทั้งหมดในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่เข้ารหัสไว้

มีโปรแกรมจำนวนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกับ KeePassXC เช่น KeePassX, KeePass และ KeePass2 โปรแกรมเหล่านี้บางส่วนสร้างจากรหัสเดียวกัน ขณะที่บางโปรแกรมจะใช้เพียงรูปแบบฐานข้อมูลที่เหมือนกันเท่านั้น คู่มือนี้แนะนำให้ใช้ KeePassXC เนื่องจากเป็นโปรแกรมแบบข้ามแพลตฟอร์มและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าตัวเลือกโปรแกรมอื่น ๆ บางส่วน

การใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านจะทำให้เกิดความล้มเหลวเพียงจุดเดียวที่สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งระบบและยังเป็นเป้าโจมตีที่เห็นได้ชัดของผู้ประสงค์ร้ายหรือฝ่ายตรงข้าม ข้อมูลจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานส่วนใหญ่มีความเสี่ยง ดังนั้นให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อพิจารณาว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณหรือไม่

อัปเดตครั้งล่าสุด: 
2018-04-30
 

วิธีการทำงานของ KeePassXC Anchor link

KeePassXC ทำงานร่วมกับฐานข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งเป็นไฟล์ที่จัดเก็บรายการรหัสผ่านทั้งหมดของคุณ ฐานข้อมูลเหล่านี้ถูกเข้ารหัสไว้เมื่อจัดเก็บไว้บนฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณปิดอยู่และมีใครบางคนขโมยคอมพิวเตอร์ไป พวกเขาจะไม่สามารถอ่านรหัสผ่านของคุณได้

สามารถเข้ารหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านได้โดยใช้รหัสผ่านหลัก เนื่องจากรหัสผ่านหลักจะปกป้องรหัสผ่านอื่น ๆ ทั้งหมดของคุณ ดังนั้นคุณควรตั้งรหัสผ่านหลักให้คาดเดาได้ยากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

การใช้รหัสผ่านหลัก Anchor link

รหัสผ่านหลักทำหน้าที่เป็นเหมือนกุญแจที่ใช้เปิดฐานข้อมูลรหัสผ่าน ดังนั้นคุณต้องป้อนรหัสผ่านหลักที่ถูกต้อง ถ้าไม่มีรหัสผ่านหลัก ก็จะไม่มีใครสามารถดูข้อมูลในฐานข้อมูลรหัสผ่านได้ เมื่อใช้รหัสผ่านหลักเพื่อรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลรหัสผ่าน มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่สองสามข้อด้วยกัน

  • รหัสผ่านหลักจะถอดรหัสรหัสผ่านทั้งหมดของคุณ ดังนั้นจะต้องตั้งรหัสผ่านหลักให้คาดเดาได้ยาก! รหัสผ่านหลักควรยาวและคาดเดาได้ยาก ยิ่งรหัสผ่านยาวเท่าไหร่ คุณก็จะไม่ต้องกังวลว่าจะต้องใช้ตัวอักษรพิเศษหรือตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวเลข ดังนั้นให้ตั้งรหัสผ่านหลักโดยใช้กลุ่มคำรหัสผ่าน กลุ่มคำรหัสผ่านเป็นชุดกลุ่มคำจำนวนหนึ่งที่คุณจำได้ง่ายแต่ยากต่อการคาดเดาสำหรับบุคคลอื่น
  • สามารถตั้งกลุ่มคำรหัสผ่านหลักที่คาดเดาได้ยากโดยใช้คำศัพท์ทั่วไปแบบสุ่ม กลุ่มคำเหล่านี้จดจำได้ง่ายกว่าการใช้สัญลักษณ์และตัวอักษรที่ไม่มีความหมายผสมกัน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูที่การสร้างรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก

 

การเริ่มต้นใช้งาน KeePassXC Anchor link

การติดตั้ง KeePassXC และเปิดใช้งาน คลิกที่เมนูฐานข้อมูลแล้วเลือก “New Database” (ฐานข้อมูลใหม่) จากนั้นจะมีข้อความแจ้งให้คุณบันทึกฐานข้อมูลรหัสผ่าน ทั้งนี้ สามารถเคลื่อนย้ายไฟล์ฐานข้อมูลรหัสผ่านไปไว้ในตำแหน่งใดก็ได้บนฮาร์ดดิสก์ หรือย้ายไปไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็ได้ โดยคุณจะยังสามารถเปิดฐานข้อมูลโดยใช้ KeePassXC และรหัสผ่านหรือคีย์ไฟล์ที่คุณระบุไว้ก่อนหน้า

คีย์ไฟล์คืออะไร การใช้คีย์ไฟล์ร่วมกับรหัสผ่านหลักจะทำให้การถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านทำได้ยากขึ้นหากสำเนาฐานข้อมูลรหัสผ่านถูกขโมยไป สามารถใช้ไฟล์ที่มีอยู่เดิมเป็นคีย์ไฟล์ ตัวอย่างเช่น สามารถนำรูปภาพแมวของคุณมาใช้เป็นคีย์ไฟล์ได้ เพียงแค่คุณต้องแน่ใจว่าไฟล์ที่เลือกไม่ได้มีการปรับแต่ง เพราะถ้ามีการปรับแต่งเนื้อหาของไฟล์ จะทำให้ไม่สามารถใช้เพื่อถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านได้ บางครั้งการเปิดไฟล์ขึ้นในโปรแกรมอื่นก็สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาของไฟล์ได้ ดังนั้นอย่าเปิดไฟล์ ยกเว้นในกรณีที่ใช้ปลดล็อกโปรแกรม KeePassXC (แต่การเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนชื่อคีย์ไฟล์สามารถทำได้อย่างปลอดภัย) โดยปกติแล้ว รหัสผ่านหลักที่คาดเดาได้ยากมีความปลอดภัยในตัวเองอยู่แล้ว หากเลือกใช้คีย์ไฟล์ร่วมกับรหัสผ่านหลัก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้จัดเก็บคีย์ไฟล์แยกจากฐานข้อมูลรหัสผ่าน                 

ถัดไป คุณจะถูกร้องขอให้ป้อนรหัสผ่านหลัก และ/หรือใช้คีย์ไฟล์ เลือกตัวเลือกในช่องที่ตรงกับตัวเลือกที่คุณใช้งาน

หากต้องการดูรหัสผ่านที่คุณพิมพ์ลงไป (แทนที่จะซ่อนด้วยจุด) คลิกที่ปุ่มรูปดวงตาทางด้านขวามือ

 

การจัดระเบียบรหัสผ่าน Anchor link

KeePassXC ช่วยให้คุณจัดระเบียบรหัสผ่านโดยแยกเป็น “กลุ่ม ๆ” ซึ่งคือจัดแยกเป็นโฟลเดอร์นั่นเอง คุณสามารถสร้าง ลบ หรือแก้ไข “กลุ่ม” หรือ “กลุ่มย่อย” ได้โดยไปที่เมนู “Groups” (กลุ่ม) ในแถบเมนู หรือโดยการคลิกขวาบน Group (กลุ่ม) ที่แถบด้านซ้ายมือในหน้าต่างของ KeePassXC การจัดกลุ่มรหัสผ่านจะไม่มีผลต่อฟังก์ชันการทำงานของ KeePassXC โดยการจัดกลุ่มเป็นเพียงเครื่องมือจัดระเบียบที่ใช้ประโยชน์ได้ดีเท่านั้น

 

 

การจัดเก็บ/การสร้าง/การแก้ไขรหัสผ่าน Anchor link

หากต้องการสร้างรหัสผ่านใหม่หรือจัดเก็บรหัสผ่านที่มีอยู่แล้ว ให้คลิกที่ Group (กลุ่ม) ที่คุณต้องการจัดเก็บรหัสผ่าน แล้วเลือก “Add New Entry” (เพิ่มข้อมูลใหม่) (นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือก “Entries (ข้อมูล) > Add New Entry (เพิ่มข้อมูลใหม่)” ได้จากแถบเมนู) การใช้งานรหัสผ่านพื้นฐาน:

  • ป้อนชื่อที่แตกต่างที่ทำให้คุณสามารถจำรหัสได้ในช่อง “Title” (ชื่อ) ตัวอย่างเช่น ชื่อนี้อาจเป็นชื่อของเว็บไซต์หรือบริการที่คุณต้องป้อนรหัสผ่านดังกล่าว
  • ป้อนชื่อผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลรหัสผ่านในช่อง “Username” (ชื่อผู้ใช้) (หากไม่มีชื่อผู้ใช้ ให้ปล่อยช่องดังกล่าวว่างไว้)
  • ป้อนรหัสผ่านในช่อง “Password” (รหัสผ่าน) ถ้าจะสร้างรหัสใหม่ ให้คลิกที่ไอคอนลูกเต๋าทางด้านขวา คุณอาจต้องการทำขั้นตอนนี้เมื่อสมัครลงทะเบียนในเว็บไซต์ใหม่ หรือเมื่อตั้งกลุ่มคำรหัสผ่านใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบสุ่มแทนรหัสผ่านเก่าที่คาดเดาได้ง่าย ” หลังจากคลิกที่ไอคอนลูกเต๋าแล้ว โปรแกรมสร้างรหัสผ่านจะแสดงขึ้นในหน้าต่าง คุณสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวเพื่อสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม จะมีตัวเลือกหลายแบบให้คุณเลือก รวมทั้งลักษณะของตัวอักขระที่จะใช้และความยาวของรหัสผ่านที่จะใช้สร้างด้วย
    • โปรดทราบว่าถ้าสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม คุณไม่จำเป็นต้องจำ (หรือแม้กระทั่งรู้ข้อมูล) ว่ารหัสผ่านดังกล่าวคืออะไร KeePassXC จะจัดเก็บข้อมูลให้คุณ และเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการใช้ โปรแกรมจะคัดลอก/ป้อนรหัสผ่านลงในโปรแกรมที่เหมาะสม นี่คือเหตุผลหลักในการใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน ซึ่งคุณสามารถใช้รหัสผ่านแบบสุ่มที่มีความยาวได้กับเว็บไซต์/บริการแต่ละรายได้โดยไม่ต้องรู้ว่ารหัสผ่านที่ใช้เป็นรหัสผ่านใด!
    • ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงควรสร้างให้รหัสผ่านมีความยาวที่สุดเท่าที่บริการสามารถทำได้ และควรใช้อักขระหลายประเภทแตกต่างกันไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
    • เมื่อได้ตัวเลือกตามต้องการแล้ว ให้คลิก “Generate” (สร้าง) ที่ด้านขวาล่าง เพื่อสร้างรหัสผ่าน จากนั้นคลิก “OK” (ตกลง) รหัสผ่านแบบสุ่มที่สร้างไว้จะถูกป้อนในช่อง “Password” (รหัสผ่าน) “Repeat” (ซ้ำ) ให้คุณโดยอัตโนมัติ (หากไม่ได้สร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม คุณจะต้องป้อนรหัสผ่านที่เลือกใช้อีกครั้งในช่อง  “Repeat” (ซ้ำ)
  • คลิก OK (ตกลง) ตอนนี้รหัสผ่านของคุณจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลรหัสผ่าน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการบันทึกการเปลี่ยนแปลง ให้บันทึกฐานข้อมูลรหัสผ่านที่ได้แก้ไขโดยไปที่ “Database (ฐานข้อมูล) > Save Database (บันทึกฐานข้อมูล)” (ในกรณีที่ไม่บันทึก ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้น คุณสามารถปิดแล้วเปิดไฟล์ฐานข้อมูลขึ้นอีกครั้ง แล้วการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะสูญหายไป)

หากต้องการเปลี่ยนแปลง/แก้ไขรหัสผ่านที่จัดเก็บไว้ คุณสามารถเลือก Group (กลุ่ม) แล้วดับเบิลคลิกที่ชื่อในหน้าต่างทางขวามือ จากนั้นจะมีช่องข้อความ “Edit Entry” (แก้ไขข้อมูลรหัสผ่าน) ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

การใช้งานทั่วไป Anchor link

ในการใช้ข้อมูลในฐานข้อมูลรหัสผ่าน ให้คลิกขวาที่ข้อมูลแล้วเลือก “Copy username” (คัดลอกชื่อผู้ใช้) หรือ “Copy password” (คัดลอกรหัสผ่าน) ไปยังหน้าต่าง/เว็บไซต์ที่ต้องการป้อนชื่อผู้ใช้/รหัสผ่าน แล้ววางข้อมูลลงในช่องที่เหมาะสม (นอกจากนี้คุณยังสามารถดับเบิลคลิกที่ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านของข้อมูลที่ต้องการ แทนการคลิกขวาที่ข้อมูล แล้วชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านจะถูกคัดลอกไปยังคลิปบอร์ดโดยอัตโนมัติ)

 

คุณสมบัติอื่น ๆ Anchor link

KeePassXC ช่วยให้คุณสามารถ:

  • ค้นหาฐานข้อมูลโดยใช้ช่องค้นหา (ช่องข้อความในแถบเครื่องมือของหน้าต่างหลักของ KeePassXC)
  • จัดเรียงข้อมูลโดยคลิกที่ส่วนบนของคอลัมน์ในหน้าต่างหลัก

  • “ล็อก” KeePassXC โดยเลือก “Tools (เครื่องมือ) > Lock Databases (ล็อกฐานข้อมูล)” วิธีนี้จะช่วยให้คุณเปิด KeePassXC ทิ้งไว้ได้ แต่จะต้องมีการป้อนรหัสผ่านหลัก (และ/หรือคีย์ไฟล์) ก่อนที่คุณจะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรหัสผ่านได้อีกครั้ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำให้ KeePassXC ล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติหลังไม่ได้ใช้งานสักระยะหนึ่ง วิธีนี้จะสามารถป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงรหัสผ่านของคุณ ในกรณีที่คุณอยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์ หรือในกรณีที่คอมพิวเตอร์ถูกขโมย ในการเปิดใช้คุณสมบัตินี้ใน macOS ให้เลือก “Preferences (กำหนดค่า) > Settings (การตั้งค่า)” จากเมนู แล้วคลิกที่ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัย จากนั้นคลิกที่ช่องที่ระบุว่า “Lock database after inactivity of [number] seconds” (ล็อกฐานข้อมูลหลังไม่มีการใช้งานเป็นเวลา [number] วินาที) สำหรับ Linux หรือ Windows ให้เลือก “Tools (เครื่องมือ) > Settings (การตั้งค่า)” จากเมนูแล้วคลิกที่ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัย จากนั้นเลือกช่องที่ระบุว่า “Lock database after inactivity of [number] seconds” (ล็อกฐานข้อมูลหลังไม่มีการใช้งานเป็นเวลา [number] วินาที)

นอกจากนี้ KeePassXC ยังสามารถจัดเก็บได้มากกว่าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน  ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างข้อมูลเพื่อจัดเก็บสิ่งสำคัญ อย่างเช่น หมายเลขบัญชี คีย์ผลิตภัณฑ์ ข้อมูลการสะสมไมล์ หรือหมายเลขรุ่น เป็นต้น ข้อมูลที่ป้อนลงในช่อง “Password” (รหัสผ่าน) ไม่จำเป็นต้องเป็นรหัสผ่าน เพียงป้อนข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บในช่อง “Password” (รหัสผ่าน) แทนข้อมูลรหัสผ่าน (และปล่อยช่อง “Username” (ชื่อผู้ใช้) ว่างไว้ถ้าไม่มีชื่อผู้ใช้) และ KeePassXC จะบันทึกและจดจำข้อมูลไว้ให้คุณ

 

วิธีติดตั้งโปรแกรมส่วนขยายของเบราว์เซอร์ Anchor link

คำแนะนำนี้มาจาก https://keepassxc.org/docs/keepassxc-browser-migration/ ซึ่งมีการเข้าใช้งานเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2018

โปรแกรมส่วนขยายของเบราว์เซอร์เป็นส่วนประกอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณสมบัติเสริมเพิ่มเข้ามาในเว็บเบราว์เซอร์ การใช้โปรแกรมส่วนขยายเบราว์เซอร์ KeePassXC เป็นวิธีการที่เบราว์เซอร์กับแอปพลิเคชัน KeePassXC สามารถใช้เพื่อติดต่อกันได้สะดวก วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถบันทึกหรือป้อนรหัสผ่านโดยอัตโนมัติในเว็บได้อย่างรวดเร็ว

KeePassXC เวอร์ชัน 2.3 มีปลั๊กอินใหม่สำหรับเบราว์เซอร์ที่เรียกว่า KeePassXC-Browser สามารถใช้งานได้กับ Google Chrome, Chromium, Firefox และ Vivaldi และมีให้ดาวน์โหลดที่ Chrome Web Store และ Mozilla Add-ons repository

โปรแกรมส่วนขยายใหม่จะแทนที่โปรแกรมส่วนขยายเก่าของ KeePassHTTP  (KeePassHttp-Connector, chromeIPass, PassIFox ฯลฯ) และความช่วยเหลือสำหรับโปรแกรมดังกล่าวจะถูกลบออกจาก KeePassXCเวอร์ชันในอนาคต

วิธีเชื่อมต่อ KeePassXC-Browser เข้ากับ KeePassXC

หลังติดตั้ง KeePassXC-Browser และ KeePassXC แล้ว คุณต้องเริ่มเปิดใช้งาน KeePassXC และปรับแต่งการตั้งค่าบางส่วนที่มีการเปิดใช้งานไว้ตามค่าเริ่มต้น

1. การเปิดใช้งานการรวมเบราว์เซอร์

ไปที่การตั้งค่าของ KeePassXC แล้วเปิดใช้งานความช่วยเหลือการรวมเบราว์เซอร์ในส่วน Browser Integration (คุณสมบัติการรวมเบราว์เซอร์) / Enable KeePassXC Browser Integration (เปิดใช้งานคุณสมบัติการรวมเบราว์เซอร์ของ KeePassXC) หากไม่เปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ โปรแกรมส่วนขยายของเบราว์เซอร์จะไม่สามารถสื่อสารกับ KeePassXC ได้:

หากเปิดใช้งาน จะสามารถปิดใช้งานอินเตอร์เฟซเก่าของ KeePassHTTP ได้โดยยกเลิกตัวเลือกในช่อง Legacy Browser Integration (การรวมเบราว์เซอร์ที่ใช้อยู่ก่อนหน้า) / Enable KeePassHTTP server (เปิดใช้งานเซิร์ฟเวอร์ KeePassHTTP) สามารถถอนการติดตั้งโปรแกรมส่วนขยายของเบราว์เซอร์ที่เกี่ยวข้องที่ติดตั้งไว้ (KeePassHttp-Connector ฯลฯ)

2. การเปิดใช้งานความช่วยเหลือของเบราว์เซอร์

เพื่อให้เบราว์เซอร์ที่คุณใช้งานสามารถเข้าถึง KeePassXC คุณต้องระบุตำแหน่งเพื่อค้นหาไฟล์ของโปรแกรม KeePassXC โชคดีที่ KeePassXC ทำขั้นตอนนี้ให้คุณโดยอัตโนมัติ สิ่งที่คุณต้องทำคือเพียงทำเครื่องหมายที่ช่อง Enable integration for these browsers (เปิดใช้คุณสมบัติการรวมของเบราว์เซอร์เหล่านี้) สำหรับเบราว์เซอร์ที่คุณต้องการใช้ KeePassXC ร่วมด้วย

3. การเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล

เปิด KeePassXC ขึ้น แล้วปลดล็อกฐานข้อมูลของคุณ (ขั้นตอนนี้สำคัญ ขั้นตอนต่อไปนี้จะไม่ทำงานถ้าฐานข้อมูลของคุณถูกล็อกหรือถ้า KeePassXC ไม่ทำงาน)

เปลี่ยนกลับไปที่เบราว์เซอร์แล้วคลิกที่ไอคอน KeePassXC ที่อยู่ถัดจากแถบที่อยู่ ป๊อบอัพที่แสดงขึ้นจะระบุว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดค่าของ KeePassXC-Browser (ถ้าเห็นข้อความข้อผิดพลาดอื่นที่ต่างออกไป ให้คลิก Refresh (รีเฟรช) แล้วรอสักครู่)

กดปุ่ม Connect (เชื่อมต่อ) หน้าต่างที่แสดงขึ้นจะขอให้คุณป้อนชื่อและอนุญาตให้เข้าถึง:

ป้อนชื่อที่ต้องการใช้ (ที่ดีที่สุดคือชื่อที่ระบุเบราว์เซอร์ของคุณ) แล้วคลิก Save and allow access (บันทึกและอนุญาตให้เข้าถึง) ตอนนี้เบราว์เซอร์ได้เชื่อมต่อกับ  KeePassXC แล้ว

การใช้ Autofill (การป้อนข้อมูลอัตโนมัติ) อาจไม่เป็นผลดีกับความเป็นส่วนตัวของคุณ หากต้องการปิดใช้งานคุณสมบ้ตินี้ ให้ยกเลือกตัวเลือก "Automatically fill-in single credentials entry" (ป้อนข้อมูลประจำตัวโดยอัตโนมัติ) และ "Activate autocomplete for username fields" (เปิดใข้การป้อนข้อมูลในช่องชื่อผู้ใช้โดยอัตโนมัติ)

เสร็จเรียบร้อยแล้ว! ตอนนี้คุณสามารถบันทึกข้อมูลประจำตัวข้อมูลใดก็ได้ที่ป้อนลงในเว็บ นอกจากนี้คุณยังสามารถป้อนชื่อผู้ใช้/รหัสผ่านได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

KeePassXC เป็นซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพใช้งานง่าย และเราขอแนะนำให้ดูข้อมูลของโปรแกรมเพื่อเรียนรู้รายละเอียดที่มีประโยชน์อื่น ๆ ทั้งหมดที่สามารถนำไปใช้งานได้

JavaScript license information