วิธีการ: ใช้งาน KeePassX

KeePassX คือโปรแกรมช่วยจำรหัสผ่าน (password safe) ที่สามารถใช้เพื่อจัดเก็บรหัสผ่านทั้งหมดของคุณสำหรับเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ โปรแกรมช่วยจำรหัสผ่านเป็นเครื่องมือที่ดี เนื่องจากทำให้สามารถใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากแตกต่างกันออกไปสำหรับบริการทั้งหมด โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งจำรหัสผ่านเหล่านั้น เพียงแค่ต้องจำรหัสผ่านหลักสำหรับการถอดรหัสฐานข้อมูลของรหัสผ่านทั้งหมดเพียงรหัสเดียวเท่านั้น โปรแกรมช่วยจำรหัสผ่านสร้างความสะดวกมากขึ้นและทำให้สามารถจัดระเบียบรหัสผ่านทั้งหมดของคุณไว้ในที่เดียว

โปรดจำว่าการใช้โปรแกรมช่วยจำรหัสผ่านจะเป็นการสร้างจุดตายในระบบ (Single Point Of Failure) ขึ้นและเป็นเป้าหมายที่เห็นได้ชัดสำหรับผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดี ผลจากการศึกษาวิจัยเสนอว่าโปรแกรมช่วยจำรหัสผ่านซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากมีช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีได้ง่าย ดังนั้นให้ระมัดระวังเมื่อต้องตัดสินใจว่าโปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่

วิธีการทำงานของ KeePassX Anchor link

KeePassX ทำงานกับไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่าฐานข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งอันที่จริงก็คือการทำงานของโปรแกรมนี้ คือไฟล์ต่าง ๆ ที่จัดเก็บฐานข้อมูลของรหัสผ่านทั้งหมดของคุณไว้ ฐานข้อมูลเหล่านี้จะถูกเข้ารหัสไว้เมื่อจัดเก็บในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นถ้าคุณปิดคอมพิวเตอร์และมีคนขโมยเครื่องไป ขโมยผู้นั้นจะไม่สามารถอ่านรหัสผ่านของคุณได้

การเข้ารหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านสามารถทำได้ 3 วิธีคือ: การใช้รหัสผ่านหลัก การใช้ไฟล์คีย์ หรือการใช้ทั้งสองวิธีนี้รวมกัน ลองมาดูข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีกัน

 

การใช้รหัสผ่านหลัก Anchor link

รหัสผ่านหลักจะทำงานคล้ายกับลูกกุญแจ คือใช้เพื่อเปิดฐานข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งคุณต้องมีรหัสผ่านหลักที่ถูกต้อง หากไม่มีรหัสผ่านหลักที่ถูกต้อง ก็จะไม่มีใครที่สามารถดูภายในฐานข้อมูลรหัสผ่านได้ มีสิ่งสำคัญ 2 ข้อที่ควรจำไว้หากใช้รหัสผ่านหลักเพื่อป้องกันความปลอดภัยของฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณ

  • รหัสผ่านนี้จะถอดรหัสของรหัสผ่านทั้งหมดของคุณ ดังนั้นคุณต้องเลือกรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก! ซึ่งหมายความว่าไม่ควรตั้งรหัสผ่านให้คาดเดาได้ง่ายและควรตั้งรหัสผ่านให้ยาวมาก ๆ ยิ่งยาวมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น นอกจากนี้การที่รหัสผ่านยาวมากขึ้นเท่าไร ก็จะทำให้กังวลน้อยลงกับการใส่อักขระพิเศษหรืออักษรตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวเลขในรหัสผ่าน รหัสผ่านที่ใช้คำที่สุ่มเลือกมาหกคำ (เป็นอักษรตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด) ยังแฮกได้ยากกว่ารหัสผ่านที่มีความยาว 12 ตัว ซึ่งประกอบด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์รวมกันเสียอีก
  • คุณต้องจำรหัสผ่านนี้ให้ได้! เนื่องจากรหัสผ่านนี้เพียงรหัสเดียวจะทำให้สามารถเข้าถึงรหัสผ่านอื่น ๆ ของคุณได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องแน่ใจว่าคุณสามารถจำรหัสผ่านนี้ได้โดยไม่ต้องจดลงกระดาษ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คุณควรใช้ตัวช่วยอย่างเช่น Diceware—ควรใช้คำทั่วไปที่จำได้ง่าย ดีกว่าพยายามจำสตริงของสัญลักษณ์และอักษรตัวพิมพ์ใหญ่รวมกัน

การใช้ไฟล์คีย์ Anchor link

อีกทางเลือกหนึ่งคือสามารถใช้ไฟล์คีย์เพื่อเข้ารหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณ ไฟล์คีย์ทำงานเช่นเดียวกับรหัสผ่าน คือทุกครั้งที่ต้องการถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่าน คุณต้องระบุไฟล์คีย์ให้กับ KeePassX ควรจัดเก็บไฟล์คีย์ไว้บนยูเอสบีไดรฟ์หรือสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพาอื่น ๆ และให้เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เมื่อต้องการเปิดฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณเท่านั้น ข้อดีของการใช้ไฟล์คีย์คือถ้ามีใครสามารถเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ (ซึ่งหมายความว่าสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้ด้วย) พวกเขาจะไม่สามารถถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้ หากไม่มีไฟล์คีย์ที่จัดเก็บไว้ในสื่อเก็บข้อมูลภายนอก (นอกจากนี้ ผู้ไม่หวังดียังคาดเดาไฟล์คีย์ได้ยากกว่ารหัสผ่านโดยทั่วไปมาก) แต่ข้อเสียก็คือทุกครั้งที่ต้องการเข้าถึงฐานข้อมูลรหัสผ่าน คุณจะต้องมีสื่อเก็บข้อมูลภายนอกอยู่ในมือ (และถ้าทำหายหรือเสียหาย คุณจะไม่สามารถเปิดฐานข้อมูลรหัสผ่านได้

การใช้ไฟล์คีย์แทนการใช้รหัสผ่านเป็นวิธีที่ใกล้เคียงกับการมีลูกกุญแจจริง ๆ มากที่สุด เพื่อเปิดฐานข้อมูลรหัสผ่านสิ่งที่คุณต้องทำคือแค่เสียบยูเอสบีไดรฟ์ของคุณและเลือกไฟล์คีย์ เท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้าเลือกใช้ไฟล์คีย์แทนการใช้รหัสผ่านหลัก ถึงแม้จะแน่ใจว่าได้เก็บยูเอสบีไดรฟ์ของคุณไว้ในที่ปลอดภัย แต่คนที่หายูเอสบีไดรฟ์ของคุณพบก็จะสามารถเปิดฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้

การใช้ทั้งสองวิธีรวมกัน Anchor link

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการเข้ารหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณคือการใช้ทั้งรหัสผ่านหลักและไฟล์คีย์ ด้วยวิธีนี้การที่จะสามารถถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้จะขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณทราบ (รหัสผ่านหลักของคุณ) และสิ่งที่คุณมี (ไฟล์คีย์ของคุณ) และผู้ไม่หวังดีที่ต้องการเข้าถึงรหัสผ่านของคุณจะต้องใช้ทั้งสองอย่าง (ทั้งนี้ต้องนึกถึงรูปแบบภัยคุกคามของคุณด้วย สำหรับผู้ใช้งานในที่พักอาศัยซึ่งต้องการแค่จัดเก็บรหัสผ่านของตนเอง การมีแค่รหัสผ่านหลักที่คาดเดายากก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้ากังวลเกี่ยวกับผู้ไม่หวังดีในระดับรัฐ ซึ่งสามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลได้ ดังนั้นยิ่งป้องกันความปลอดภัยมากเท่าไรก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น)

ตอนนี้เมื่อเข้าใจแล้วว่า KeePassX ทำงานอย่างไร

การเริ่มต้นใช้งาน KeePassX Anchor link

เมื่อติดตั้ง KeePassX เสร็จแล้วให้เปิดใช้ได้เลย เมื่อโปรแกรมเริ่มต้นขึ้นให้เลือก "New Database" (ฐานข้อมูลใหม่) จากเมนู "File" (ไฟล์) โปรแกรมจะแสดงกล่องโต้ตอบ เพื่อขอให้คุณป้อนรหัสผ่านหลัก และ/หรือใช้ไฟล์คีย์ เลือกโดยทำเครื่องหมายในช่องที่สอดคล้องกับวิธีที่เลือกใช้ หากต้องการดูรหัสผ่านที่คุณกำลังพิมพ์อยู่ (แทนการแสดงเป็นจุด) สามารถคลิกที่ปุ่มรูป "ดวงตา" ทางด้านขวา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไฟล์คีย์ใดก็ได้ที่คุณมี เช่น ใช้รูปแมวของคุณเป็นไฟล์คีย์ เพียงแค่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าไฟล์ที่คุณเลือกไม่เคยถูกปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขมาก่อน เนื่องจากหากมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใด ๆ ของไฟล์ คุณจะไม่สามารถใช้ไฟล์นั้นสำหรับการถอดรหัสฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้อีกต่อไป นอกจากนี้ ให้พึงระวังด้วยว่าเพียงแค่การเปิดไฟล์นั้นในโปรแกรมอื่นก็อาจเป็นการแก้ไขไฟล์นั้นได้ด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือไม่เปิดไฟล์นั้นเลย ยกเว้นเพื่อปลดล็อก KeePassX (แต่สามารถย้ายหรือเปลี่ยนชื่อไฟล์คีย์ได้)

เมื่อเตรียมใช้งานฐานข้อมูลรหัสผ่านเสร็จแล้ว คุณควรทำการบันทึกโดยเลือก "Save Database" (บันทึกฐานข้อมูล) จากเมนู "File" (ไฟล์) (และสามารถย้ายไฟล์ฐานข้อมูลรหัสผ่านไปที่ก็ได้ในฮาร์ดดิสก์ของคุณ หรือย้ายไปที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ได้ตามต้องการ คุณสามารถเปิดไฟล์นี้ได้โดยใช้โปรแกรม KeePassX และรหัสผ่าน/ไฟล์คีย์ที่คุณได้ระบุไว้กอ่นหน้านี้

 

การจัดระเบียบรหัสผ่าน Anchor link

KeePassX อนุญาตให้คุณจัดระเบียบรหัสผ่านไว้เป็น "กลุ่ม" ต่าง ๆ ได้ ซึ่งโดยพื้นฐานก็คือโฟลเดอร์นั่นเอง คุณสามารถสร้าง ลบ หรือแก้ไขกลุ่มหรือกลุ่มย่อยได้โดยเข้าไปที่เมนู "Groups" (กลุ่ม) ในแถบเมนูหรือโดยคลิกขวาที่ "Groups" (กลุ่ม) ในหน้าต่างด้านซ้ายมือของหน้าต่าง KeePassX การจัดกลุ่มรหัสผ่านไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของ KeePassX เนื่องจากเป็นเพียงเครื่องมือช่วยจัดระเบียบเท่านั้น

 

การจัดเก็บ/การสร้าง/การแก้ไขรหัสผ่าน Anchor link

หากต้องการสร้างรหัสผ่านใหม่หรือจัดเก็บรหัสผ่านที่คุณมีอยู่แล้ว ให้คลิกขวาที่กลุ่มที่ต้องการจัดเก็บรหัสผ่านและเลือก "Add New Entry" (เพิ่มรายการใหม่) หรือจะเลือก "Entries > Add New Entry" (รายการ > เพิ่มรายการใหม่) จากแถบเมนูก็ได้ สำหรับการใช้งานรหัสผ่านธรรมดาให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • ป้อนชื่อแบบอธิบายที่สามารถใช้เพื่อจดจำรหัสผ่านนี้ในช่อง "Title" (ชื่อ)
  • ป้อนชื่อผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับรหัสผ่านนี้ในช่อง "Username" (ชื่อผู้ใช้) (ช่องนี้สามารถเว้นว่างไว้ได้ถ้าไม่มีชื่อผู้ใช้)
  • ป้อนรหัสผ่านของคุณในช่อง "Password" (รหัสผ่าน) ถ้าคุณกำลังสร้างรหัสผ่านใหม่ (เช่น ถ้ากำลังลงทะเบียนกับเว็บไซต์ใหม่และต้องการสร้างรหัสผ่านใหม่แบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกัน) ให้คลิกปุ่ม "Gen" (สร้าง) ทางด้านขวา จากนั้นโปรแกรมจะแสดงกล่องข้อความโต้ตอบตัวสร้างรหัสผ่านที่สามารถใช้เพื่อสร้างรหัสผ่านแบบสุ่มได้ ในกล่องข้อความโต้ตอบนี้มีตัวเลือกให้เลือกมากมาย รวมทั้งชนิดของอักขระที่จะรวมในรหัสผ่านและความยาวของรหัสผ่านที่ต้องการสร้าง
    • หมายเหตุ: ถ้าสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม คุณไม่จำเป็นต้องจำ (หรือแม้แต่ทราบ) ว่ารหัสผ่านนั้นคืออะไร KeePassX จะจัดเก็บรหัสผ่านดังกล่าวไว้ให้คุณ และเมื่อต้องการใช้ คุณสามารถคัดลอกและวางในโปรแกรมที่ต้องการได้ นี่คือจุดสำคัญของโปรแกรมช่วยจำรหัสผ่าน คุณสามารถใช้รหัสผ่านแบบสุ่มที่ยาวสำหรับเว็บไซต์หรือบริการแต่ละที่ได้โดยไม่ต้องทราบเลยว่ารหัสผ่านของไซต์นั้นคืออะไร
    • ด้วยเหตุนี้จึงควรสร้างรหัสผ่านให้ยาวที่สุดเท่าที่เว็บไซต์หรือบริการนั้นอนุญาต และใช้อักขระชนิดต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    • เมื่อพอใจกับตัวเลือกแล้วให้คลิก "Generate" (สร้าง) ตรงมุมขวาล่าง เพื่อสร้างรหัสผ่าน จากนั้นคลิก "OK" (ตกลง) โปรแกรมจะป้อนรหัสผ่านแบบสุ่มลงในช่อง "Password" (รหัสผ่าน) และ "Repeat" (ป้อนซ้ำอีกครั้ง) โดยอัตโนมัติ (ถ้าไม่ได้กำลังสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม คุณต้องป้อนรหัสผ่านที่เลือกอีกครั้งในช่อง "Repeat" (ป้อนซ้ำอีกครั้ง))
  • ขั้นสุดท้ายให้คลิก "OK" (ตกลง) ตอนนี้รหัสผ่านของคุณได้ถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าระบบได้บันทึกการเปลี่ยนแปลงแล้ว ให้ตรวจสอบว่าได้บันทึกฐานข้อมูลรหัสผ่านที่แก้ไขแล้ว โดยเข้าไปที่ "File > Save Database" (“ไฟล์ > บันทึกฐานข้อมูล”) (หรืออีกทางหนึ่งถ้าทำผิดพลาด คุณสามารถปิดและเปิดไฟล์ฐานข้อมูลนั้นใหม่อีกครั้ง และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ทำไว้จะสูญหายไป)

หากต้องการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรหัสผ่านที่จัดเก็บไว้ สามารถเลือกกลุ่มที่จัดเก็บรหัสผ่านนี้ไว้ และคลิกสองครั้งที่ชื่อของรหัสผ่านในบานหน้าต่างด้านขวา โปรแกรมจะแสดงกล่องข้อความโต้ตอบ "New Entry" (สร้างรายการใหม่) ขึ้นมาอีกครั้ง

การใช้งานทั่วไป Anchor link

เพื่อให้สามารถใช้รหัสผ่านนั้นในฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้ ให้คลิกขวาที่รหัสผ่านนั้น จากนั้นเลือก "Copy Username to Clipboard" (คัดลอกชื่อผู้ใช้ไปที่คลิปบอร์ด) หรือ "Copy Password to Clipboard" (คัดลอกรหัสผ่านไปที่คลิปบอร์ด) จากนั้นไปที่หน้าต่างหรือเว็บไซต์ที่คุณต้องการป้อนชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านของคุณ แล้ววางในช่องที่เหมาะสม (หรือแทนการคลิกขวาที่รหัสผ่านนั้น คุณสามารถคลิกสองครั้งที่ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านที่คุณต้องการ จากนั้นโปรแกรมจะคัดลอกชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไปที่คลิปบอร์ดของคุณโดยอัตโนมัติ)

 

การใช้งานขั้นสูง Anchor link

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่มีประโยชน์มากของ KeePassX คือ โปรแกรมสามารถกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณในโปรแกรมอื่น ๆ ให้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณกดแป้นพิมพ์ลัดพิเศษ โปรดทราบว่าถึงแม้คุณสมบัตินี้จะสามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ Linux เท่านั้น แต่โปรแกรมช่วยจำรหัสผ่านอื่น ๆ ที่เหมือนกับ KeePass (ซึ่ง KeePassX นำหลักการทำงานมาใช้) รองรับคุณสมบัตินี้บนระบบปฏิบัติการอื่น ๆ และทำงานคล้ายคลึงกัน

หากต้องการเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. เลือกแป้นพิมพ์ลัดส่วนกลางของคุณ โดยเลือก "Settings" (การตั้งค่า) จากเมนู "Extras" (เพิ่มพิเศษ) แล้วเลือก "Advanced" (ขั้นสูง) ในบานหน้าต่างทางด้านซ้าย คลิกในช่อง "Global Auto-Type Shortcut" (ทางลัดการกรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติ) จากนั้นให้กดแป้นพิมพ์ลัดที่คุณต้องการใช้ (ตัวอย่างเช่น กดแป้น Ctrl, Alt และ Shift ค้างไว้ แล้วกดแป้นตัว "p" ทั้งนี้สามารถใช้แป้นพิมพ์ลัดอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ เพียงแต่ต้องมั่นใจว่าแป้นพิมพ์ลัดดังกล่าวไม่ได้ขัดแย้งกับแป้นพิมพ์ลัด ทีแอปพลิเคชันอื่น ๆ ใช้ ดังนั้น พยายามอย่าใช้แป้นพิมพ์ลัด อย่างเช่น Ctrl+X หรือ Alt+F4) เมื่อพอใจแล้วให้คลิก "OK" (ตกลง)

2. ตั้งค่าการกรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติสำหรับรหัสผ่านที่เฉพาะเจาะจง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปิดหน้าต่างที่ต้องการป้อนรหัสผ่านไว้ จากนั้นให้ไปที่ KeePassX ค้นหารหัสผ่านที่ต้องการเปิดใช้งานการกรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติ จากนั้นคลิกสองครั้งที่ชื่อของรหัสผ่านนั้นเพื่อให้โปรแกรมแสดงกล่องข้อความโต้ตอบ "New Entry" (สร้างรายการใหม่)

3. คลิกปุ่ม "Tools" (เครื่องมือ) ที่อยู่ตรงมุมซ้ายล่าง แล้วเลือก "Auto-Type: Select target window" (กรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติ: เลือกหน้าต่างเป้าหมาย) ในกล่องข้อความโต้ตอบที่เปิดขึ้น ทั้งนี้คุณสมบัตินี้อาจไม่ได้ทำงานถูกต้อง 100% ในทันที โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเว็บไซต์/หน้าต่างนั้นด้วย (เช่น โปรแกรมอาจกรอกชื่อผู้ใช้ แต่ไม่ได้กรอกรหัสผ่าน เป็นต้น) สามารถแก้ไขปัญหาและกำหนดค่าของคุณสมบัตินี้ได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ขอแนะนำให้ดูเพจศูนย์วิธีใช้ของ KeePass ที่นี่ (ถึงแม้ KeePass และ KeePassX จะแตกต่างกันอยู่บ้าง เพจดังกล่าวน่าจะมีข้อมูลเพียงพอที่จะแนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้คุณได้)

ขอแนะนำให้คุณเลือกใช้แป้นพิมพ์ลัดที่ทำให้กดแป้นพิมพ์พร้อมกันได้ยาก คุณคงไม่ต้องการเผลอกรอกรหัสผ่านของบัญชีธนาคารของคุณลงในโพสต์ของ Facebook อย่างแน่นอน

คุณสมบัติอื่น ๆ Anchor link

คุณสามารถค้นหาฐานข้อมูลได้โดยพิมพ์ข้อความลงในกล่องค้นหา (กล่องข้อความในแถบเครื่องมือของหน้าต่างหลักของโปรแกรม KeePassX) จากนั้นกดแป้น Enter

สามารถเรียงลำดับรายการรหัสผ่านของคุณได้โดยคลิกที่ส่วนหัวของคอลัมน์ในหน้าต่างหลัก

นอกจากนี้คุณยังสามารถล็อค KeePassX ได้ด้วย โดยเลือก "File > Lock Workspace" (ไฟล์ > ล็อคพื้นที่ทำงาน) เพื่อให้เปิดโปรแกรม KeePassX ค้างไว้และให้โปรแกรมขอรหัสผ่านหลักของคุณ (และ/หรือไฟล์คีย์) ก่อนที่คุณจะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้อีกครั้ง และคุณสามารถกำหนดค่าให้ KeePassX ล็อคตัวเองโดยอัตโนมัติได้หลังจากที่ไม่มีการใช้งานเป็นช่วงเวลาที่กำหนดได้ด้วย วิธีนี้สามารถป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงรหัสผ่านเมื่อคุณไม่ได้อยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ของคุณ หากต้องการเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ ให้เลือก "Extras > Settings" (เพิ่มพิเศษ > การตั้งค่า) และเลือกตัวเลือกในการรักษาความปลอดภัย จากนั้นให้ทำเครื่องหมายในช่อง "Lock database after inactivity of {number} seconds" (ล็อคฐานข้อมูลหลังจากไม่มีการใช้งานเป็นเวลา {จำนวน} วินาที)

KeePassX สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากกว่าแค่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างรายการเพื่อจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญ เช่น หมายเลขบัญชีหรือหมายเลขผลิตภัณฑ์ หรือหมายเลขลำดับประจำสินค้าหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่มีข้อกำหนดใด ๆ ทั้งสิ้นว่าข้อมูลที่คุณกรอกในช่อง "Password" (รหัสผ่าน) จะต้องเป็นรหัสผ่านจริง ๆ คุณสามารถกรอกข้อมูลอะไรก็ได้ที่ต้องการในช่อง "Password" (รหัสผ่าน) แทนที่จะกรอกรหัสผ่านจริง (และเว้นว่างช่อง "Username" (ชื่อผู้ใช้) ไว้หากไม่มีชื่อผู้ใช้) จากนั้น KeePassX จะจดจำข้อมูลดังกล่าวไว้ให้คุณอย่างมั่นคงและปลอดภัย

KeePassX เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ง่ายและมีเสถียรภาพ และเราขอแนะนำให้คุณสำรวจคุณสมบัติต่าง ๆ ของโปรแกรมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งหมดที่โปรแกรมสามารถทำได้

 

อัปเดตครั้งล่าสุด: 
JavaScript license information